ภาพ พุทธศิลป์ล้านนาแ

พุทธศิลป์ล้านนาแห่งบ้านช่างหล่อ (Lanna Buddhist Art of Ban Chang Lor)

เส้นทาง/หมวด

เครือข่าย เครื่องเงินวัวลายเชียงใหม่ สานต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น

ประวัติความเป็นมา พุทธศิลป์ล้านนาแห่งบ้านช่างหล่อ (Lanna Buddhist Art of Ban Chang Lor)

นายโยธิน แก้วดวงแสง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ความเชี่ยวชาญ: ( งานหล่อพระพุทธรูปบูชาสมัยเชียงแสน )

บ้านช่างหล่อเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงด้านปฏิมากรรมหล่อพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน นับตั้งแต่สมัยพญามังรายเริ่มสร้างบ้านแปลงเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 1839 ซึ่งในตำนานกล่าวว่า พญามังรายได้นำช่างฝีมือมาจากเมืองหงสาวดีและมอญ ต่อมาในปี พ.ศ. 2101 พม่าได้ยึดครองเมืองเชียงใหม่ พร้อมกับกวาดต้อนช่างฝีมือกลับไปยังพม่าด้วยในฐานะเชลยศึก กระทั่งในสมัยพระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครล้านนาทำสงครามกับพม่า และได้รวบรวมช่างฝีมือต่างๆ มาจากลุ่มแม่น้ำสาละวินฝั่งตะวันตก เรียกว่า “ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” บรรดาช่างฝีมือเหล่านี้ได้รับหน้าที่ช่างหลวง มีการตั้งบ้านเรือนอยู่รวมกันเป็นชุมชนต่างๆ เช่น ช่างหล่อ ช่างเปี๊ยะ ช่างเงิน เป็นต้น ตั้งอยู่ใกล้เคียงกันโดยรอบแนวกำแพงเมืองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในชื่อของประตูสวนปรุง

ปัจจุบันที่ตั้งของชุมชนช่างหล่ออยู่ระหว่างประตูเชียงใหม่ และประตูสวนปรุง สำหรับชุมชนช่างหล่อได้เปลี่ยนสภาพจากหลายหลังคาเรือนทำการหล่อพระ กลายเป็นตึกอาคารสมัยใหม่ ประกอบอาชีพแตกต่างกันไป ช่างฝีมือบางคนได้ย้ายออกไปอยู่ตามชานเมือง คงเหลือช่างเพียงครัวเรือนเดียว คือ ครอบครัวพ่ออินสอน แก้วดวงแสง สืบทอดการหล่อพระจากรุ่นปู่ ซึ่งยาวนานมากว่า 100 ปี

พ่ออินสอน เล่าว่า “ในสมัยก่อนนิยมหล่อพระเพื่อถวายวัด การหล่อพระช่วยให้จิตใจเบิกบาน และยังเป็นการเสริมบุญกุศลให้กับคนทำอีกด้วย การหล่อพระได้กุศลมาก เอาไว้ที่สูงให้คนบูชา หล่อพระแล้วมีความสุขดี” ปัจจุบันมีเพียงลูกชายพ่ออินสอนเป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญางานหล่อพระให้คงอยู่คู่ชุมชนช่างหล่อ จังหวัดเชียงใหม่สืบไปเท่าที่ยังมีลมหายใจอยู่

Mr. Yothin Kaewduangsaeng Amphoe Muang, Chiang Mai Province
Expertise: Molding the Buddha image in Chiang Saen style

Ban Chang Lor (Molding Astisan Village) is an old community known in molding the Buddha image in Chiang Saen style since the time of King Mang Rai who built Chiang Mai city in 1296. The legend tells that King Mang Rai brought the artisans from Hongsawadee and Morn. Later on, in 1558, Burma seized Chiang Mai and brought the artisans back to Burma as captives. Then, King Kawila, ruler of Lanna Kingdom, enter into war with Burma and collected these artisans from the west side of Salawin River back under his policy “Bring crops to basket, bring citizen to town”. All of them became the royal craftsmen and settled in various groups such as molding craftsmen, harp craftsmen and silversmiths. They lived near to each other around the south – western part of city wall. It is now well known as “Suan Prung Gate”.

At present, Chang Lor community is located between Chiang Mai Gate and Suan Prung Gate. It has transformed from a simple community of molding craftsmen to urban community surrounded with modern buildings. Many craftsmen have changed their profession or moved out to the outskirt area. Only one family of molding craftsmen remains which is the family of Father Insorn Kaoduangsaeng. He inherits the molding craftsmanship passing on from their predecessors for more than 100 years.

Father Insorn explained that “Previously, we molded Buddha image as the offering to the temple. This work delights the artisans and is considered as merit making. It is such a great virtue because the Buddha image will be placed on the higher ground and respected by all people. Molding the Buddha image always makes me happy.”

ที่ตั้ง พุทธศิลป์ล้านนาแห่งบ้านช่างหล่อ (Lanna Buddhist Art of Ban Chang Lor)

อำเภอเมือง
จังหวัด: เชียงใหม่
ประเทศ: ไทย